Read Time:5 Minute, 11 Second
Chanel แบรนด์สินค้าแฟชั่นและเครื่องสำอางชั้นนำที่กำเนิดขึ้นโดยGabrille “Coco” Chanel สาวชาวฝรั่งเศส โดยChanelได้เริ่มต้นอาชีพด้วยการเปิดร้านขายหมวกสำหรับผู้หญิงที่เมือง Paris ในปี 1912 ด้วยการดีไซน์ที่เรียบเก๋ ทันสมัยทำให้หมวกของ Chanel ได้รับเป็นที่นิยมจนมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นไปยังเมืองอื่น และในปี 1920 Chanel ได้ออกเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงที่ดีไซน์เน้นความทะมัดทะแมง ดูกระชับกระเชง ซึ่งทำให้เป็นที่ถูกใจสาวผู้หญิงในยุคนั้นอย่างมาก ในปี 1922 Chanel ได้ออกผลิตภัณฑ์น้ำหอม Chanel No. 5 น้ำหอมรุ่น classic ที่ทำให้แบรนด์ Chanel โด่งดังจวบจนมาถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน Chanel มีร้าน Boutique ประมาณ 100 ร้านทั่วโลก
โกโก หรือ กาเบรียล ชาเนล (Gabrielle Bonheur “Coco” Chanel) ( 19 สิงหาคม พ.ศ. 2426-10มกราคม พ.ศ. 2514) เกิดในเมือง Saumur เมืองเล็กๆในประเทศฝรั่งเศส ปี 1883 เธอเป็นหญิงสาว ที่มีอาชีพ เป็นนักออกแบบเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายและเครื่องประทินความงามชาวฝรั่งเศส ซึ่งได้รับความนิยมมากในยุคนั้นๆ
อีกทั้งผลงานของเธอ ยังเป็นแบบอย่าง ให้นักแฟชั่นรุ่นใหม่ในศตวรรษที่ 20 อีกด้วย และเธอยังเป็นผู้ก่อตั้งผลิตภัณฑ์ ที่ทั่วโลกต่างรู้จักดี ที่มีชื่อว่า CHANEL ชาเนล อีกด้วย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของประเทศฝรั่งเศส เดิมมีชื่อว่า กาเบรียล บาน่า ชาเนล
ต่อมาเมื่อเธอเริ่มโตขึ้น บ้านเธอก็เกิดปัญหาการเงินในครอบครัวอย่างหนัก ตัวของเธอเองจึงต้องปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ โดยการไปร้องเพลงในคาเฟ่ เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว โดยที่วันหนึ่ง เธอได้ร้องเพลง กิตาวู โกโก ซึ่งเพลงนี้ได้เป็นที่ถูกใจของผู้ฟังเป็นยิ่งนัก และผู้ฟังเพลงในคาเฟ่แห่งนั้น ได้เรียกร้องให้เธอร้องเพลงนั้นอีก โดยผู้ฟังเหล่านั้น ต่างพร้อมใจ ตะโกนว่า”โกโก ชาเนล” ด้วยเสียงกึกก้องทั่วคาเฟ่แห่งนั้น
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ผู้คนก็ต่างรู้จักเธอคนนี้ในนาม”โกโก ชาเนล” เธอจึงผันตัวเอง มาเริ่มเปิดร้านขายหมวกเล็กๆ ในปารีส และเปิดกิจการ Couture เป็นของตัวเองครั้งแรกในปี 1914 ซึ่งในยุคนั้น สาวสังคมชั้นสูงต่างนิยมที่จะสวมใส่หมวกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหมวกที่มีดีไซน์ แปลก เก๋ มีสไตล์ ไม่เหมือนใคร ซึ่งเธอก็สามารถทำได้ออกมาอย่างดี เป็นที่ตอบรับของลูกค้าเป็นจำนวนมาก
ต่อมา ด้วยความมุ่งมานะของเธอ เธอจึงเริ่มที่จะคิดค้นน้ำหอมทั้ง 10 กลิ่น ด้วยคำนึงเห็นว่า น้ำหอม กับผู้หญิง เป็นสิ่งที่คู่กัน และสามารถไปด้วยกันได้กับผลิตภัณฑ์หมวกของเธอ โดยกลิ่นที่เธอชอบเป็นการส่วนตัว และเป็นกลิ่นที่ขายดีที่สุด ได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากที่สุด คือ CHANEL NO.5 ( ชาเนลนัมเบอร์ไฟว์ )
ซึ่งน้ำหอมของเธอ ได้รับรางวัลมากมายและเป็นที่ไว้ใจในการดูแลเครื่องแต่งกายให้แก่สตรีชั้นสูงหลายคน ไม่ว่าจะเป็นระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน หรือแม้แต่สตรีอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกาด้วยค่ะ COCO CHANEL คือ เจ้าของตำนานน้ำหอมอันเลื่องชื่อ ที่เป็นอมตะไม่มีวันตายค่ะ
ชาเนล เธอเป็นผู้ริเริ่ม ที่จะให้ผู้หญิงใส่กางเกงเป็นคนแรก ซึ่งถือว่าเป็นคนแรกที่กล้าที่จะเข้ามาปฎิวัติวงการแฟชั่นเลยก็ว่าได้ค่ะ สืนเนื่องมาจาก ความเชื่อเดิมๆของสังคมโลกคือ ผู้หญิง ต้องใส่เพียงกระโปรงเท่านั้น เธอจึงริเริ่มหยิบกางเกงมาใส่ก่อน โดยเป็นกางเกงขายาว เอวสูง สีดำ แมตซ์กับ เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เรียบง่าย กลายเป็น แพทเทิร์น รูปแบบการสวมใส่เสื้อผ้า ที่โด่งดังไปทั่วโลก เพิ่มความทะมัดทะแมงของผู้หญิง บ่งบอกถึงความมั่นใน ความเป็น Working Woman เป็นสาวมั่น ในขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งความเป็นผู้หญิง ความหวาน โดย แมตซ์กับหมวกแสนเก๋ และน้ำหอมที่เธอผลิตเอง และที่ขาดไม่ได้ สร้อยไข่มุดสีขาวสุดเรียบง่าย ที่จะไม่ลืมสวมใส่ จนกลายเป็นสัญลักษณ์หลักของแบรนด์CHANEL
อีกทั้งเธอ ก็คิดค้นสูทของผู้หญิง มีชื่อเรียกว่า CHANEL SUIT (ชาเนลสูท) โดยเธอได้ออกแบบและตัดเย็บสูทสำหรับสตรีด้วยผ้า wool jersey ซึ่งในเวลานั้นไม่มีใครคิดจะนำผ้าชนิดนี้มาตัดสูทเพื่อสวมใส่ให้กับผู้หญิง ซึ่ง สีที่ขายดี และเป็นที่นิยมของสาวสังคม ในยุดนั้นๆเป็นที่สุด คือ สีดำ ซึ่งเสริมสร้างแบรนด์ของเธอได้เป็นอย่างดี เป็นสาวมั่นทะมัดทะแมง และก็จะไม่ลืมใส่ความหวานของผู้หญิงเข้าไปด้วย นั่นก็คือ สัญลักษณ์ของ ชาเนล คือรูปดอกคามีเลีย สีขาว สาเหตุที่เธอนำดอกคามิเลีย สีขาว มาเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ CHANEL นั้น เป็นเพราะเป็นดอกไม้ที่ชาเนล มักชื่นชอบ ที่จะนำติดตัว ไปไหนมาไหน ไปในงานโชว์เสื้อของเธอนั้น โดยเธอมักจะนำดอกคามิเลีย มาทัดไว้ที่ผมซึ่งเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวเธอและแบรนด์ของเธอได้เป็นอย่างดี จนเหล่าดีไซเนอร์ชั้นนำ และสาวสังคมสมัยนั้น ต่างจดจำเธอได้ ด้วยดอกคามิเลีย สีขาว เช่นกันค่ะ
ธีมหลักของแบรนด์ CHANEL นั้น คือสีขาวและดำ เพื่อต้องการความคลาสสิค ไม่มีวันตาย ใส่ได้ทันสมัยเรื่อยๆ มีคลาส ไม่ล้าหลัง ถึงแม่ว่าจะมีสินคี่ผลิตมาหลากหลายสี แต่สีขาวและสีดำ ก็ยังเป็นสีที่นิยมมากสุดๆของสาวสังคมยุคนั้นเลยค่ะ
กิจการของเธอต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากภาวะสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่เธอ ก็มุ่งมั่น พยายามต่อไป และเปิดกิจการของเธออีกครั้งในปี 1919 ซึ่งในระหว่างช่วงหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 นี้ เธอกลายเป็น Designer ชื่อดังมาก ได้รับความนิยมอย่างสุดโต่ง มีแต่สาวสังคมที่มีชื่อเสียงคนเข้ามาหา ต่างเรียกร้องให้เธอจัดชุดให้ ไม่เว้นแต่การร่วมงานกับ นักศิลปะชื่อดังอย่างPicasso, Diaghiley ,Cocteau หรือ Dancer ชื่อดังอย่าง Serge Lifar ซึ่งผลจากการที่เธอได้มีโอกาส ร่วมงานกับผู้คนเหล่านี้ ส่งผลให้เธอดังขึ้นอย่างเป็นทวีคูณ
ผลงานของเธอที่เป็นที่โดดเด่น คือ ชุดกลางวันที่ดูเรียบง่ายแต่แผงไปด้วยความหรูหรา ด้วยสี ขาว ดำ เบจ หรือ สีแดงกับสี pastels(สีเจอขาว) ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในสังคมวงกว้าง ในขณะนั้นมากๆ
Facebook Talk

