Dark Mode Off / On
Read Time:3 Minute, 12 Second

มัดรวม 7 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid)

 

เห็นด้วยไหมคะว่า ยุคนี้ถือเป็นยุคทองของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็ว่าได้ ผู้บริโภคอย่างเราสามารถหาซื้อสกินแคร์ได้จากสารพัดช่องทาง แถมยังมีหลากหลายประเภทจนเลือกใช้กันไม่ถูกเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม หนึ่งในส่วนผสมสำคัญที่มักพบได้ในครีมหรือเซรั่มชนิดต่าง ๆ ก็คือ กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งสารชนิดนี้มีสารพัดประโยชน์เลยค่ะ โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ดีเยี่ยมและช่วยให้ผิวของเราดูอ่อนเยาว์กว่าวัย อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วยังมีอีกหลายสิ่งเกี่ยวกับกรดไฮยาลูรอนิกที่บางคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ตาม​ Beautilista​ มาค่ะ

1.พบได้ในร่างกาย
ความจริงแล้วเราสามารถพบกรดไฮยาลูรอนิกในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันทั้งหมดของร่างกาย โดยพบได้มากในน้ำที่ล้อมรอบดวงตาและน้ำที่ลดการเสียดสีของข้อต่อ ทั้งนี้กรดไฮยาลูรอนิกมีส่วนช่วยรักษาความอ่อนนุ่มและความชุ่มชื้นของผิว แต่โชคร้ายที่กรดชนิดนี้จะลดลงเมื่อเราอายุมากขึ้น ทำให้ผิวอ่อนแอและสดใสน้อยลงตามไปด้วย

 

2.อาจพบได้ในเครื่องสำอางเช่นกัน
หากลิปสติกที่คุณใช้มีสรรพคุณช่วยให้ริมฝีปากอวบอิ่ม หรือรองพื้นของคุณเคลมว่าช่วยให้ผิวชุ่มชื้นมาก ก็อาจเป็นไปได้ว่าเครื่องสำอางเหล่านี้มีกรดไฮยาลูรอนิก ด้วยความที่กรดชนิดนี้มีหลายชื่อ เช่น Glycosaminoglycan, Hyaluronan และ Hylan หลายคนจึงอาจไม่ทันสังเกตว่ามีกรดไฮยาลูรอนิกแฝงอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ สำหรับเครื่องสำอางชนิดอื่น ๆ ที่มีกรดไฮยาลูรอนิก เช่น ทินท์มอยส์เจอไรเซอร์ อายแชโดว์ และไพรเมอร์

 

3.กักเก็บน้ำได้ 1,000 เท่า ของน้ำหนักตัวเอง
กรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารที่สามารถดูดน้ำได้อย่างดีเยี่ยม โดยจะไปดึงความชื้นจากอากาศและกักเก็บไว้ที่ผิว หากเทียบกับ โพลิเมอร์ชนิดอื่น ๆ กรดไฮยาลูรอนิกสามารถกักเก็บน้ำได้ดีมากที่สุด ทั้งนี้การใช้เซรั่มหรือครีมที่มีกรดไฮยาลูรอนิกจะสามารถช่วยให้ริ้วรอยตื้น ๆ และรอยเหี่ยวย่นดูตื้นกว่าเดิม เพราะกรดชนิดนี้จะไปดึงน้ำมากักเก็บที่ผิวของเรา

4.ทำงานได้ดีขึ้นเมื่อผสานกับสารเคลือบผิว (Occlusives)
Hydrophiles จะดึงและกักเก็บน้ำ ในขณะที่สารเคลือบผิว (Occlusives) จะทำหน้าที่ชะลออัตราการระเหยของน้ำจากผิว ดังนั้นเมื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่ามีกรดไฮยาลูรอนิกแล้ว ก็ให้ตรวจสอบว่ามีสารเคลือบผิวหรือไม่ เช่น Lecithin, Propylene Glycol, Cetyl Alcohol (แอลกอฮอล์ที่ไม่ทำให้ผิวแห้ง), Petrolatum และ/หรือ Paraffin

5.นิยมนำมาใช้ทำฟิลเลอร์ (Filler)

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีการใช้กรดไฮยาลูรอนิกสำหรับเป็นสารเติมเต็มผิวที่มีริ้วรอย และทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งเต่งตึง หรือที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ฉีดฟิลเลอร์” ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลดีกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดไฮยาลูรอนิกชนิดทา ดังนั้นใครที่ไม่มีปัญหาเรื่องงบ การเสริมความงามด้วยวิธีนี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

6.อาจไม่ทำให้เกิดอาการแพ้
โดยปกติแล้วกรดไฮยาลูรอนิกเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง จึงเป็นเรื่องยากที่จะเกิดอาการแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดชนิดนี้ หากคุณยังคงกังวลว่าตัวเองจะมีอาการแพ้ ก็อาจเลือกใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดน้ำหอม เพราะสารชนิดนี้เป็นสาเหตุของปฏิกิริยาแพ้ที่พบได้บ่อยมากที่สุด

7.ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้เป็นประจำ
ถ้าอยากให้ผลออกมาดีที่สุด ให้คุณทากรดไฮยาลูรอนิกทั้งตอนระหว่างวันและตอนกลางคืน และ/หรือไปเติมฟิลเลอร์ซ้ำ ซึ่งปกติจะอยู่ได้นาน 3-9 เดือน อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของกรดไฮยาลูรอนิกอาจไม่ถาวร แต่หากหมั่นเติมสารชนิดนี้ให้ผิวเป็นประจำ คุณก็สามารถมีผิวที่สวยเด้งไปอีกนาน

แหล่งที่มา:

What You Don’t Know About Hyaluronic Acid (But Should)

Picture :xframe

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Talk